นายเซี่ย เฟิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวสุนทรพจน์ที่ฮ่องกง ต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่จีนและเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำจีน โดยยืนยันว่า จีนยินดีที่จะเป็นมิตรประเทศกับสหรัฐฯ และจัดการเจรจาระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีเป้าหมายที่จะแซงหน้าหรือแทนที่สหรัฐฯ
คำกล่าวของเอกอัครราชทูตจีน ย้ำถึงความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่ 2 ในเดือนมกราคมปีหน้า (2568) ซึ่งเขาให้คำมั่นว่าจะจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจากจีนเกินร้อยละ 60 โดยเมื่อวานนี้ (15 พ.ย.67) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวเรียกร้องให้ปฏิเสธนโยบายคุ้มครองทางการค้า แล้วเพิ่มการสนับสนุนโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ
เอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่า สหรัฐฯและจีนมีศักยภาพอย่างมากในการทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ รวมถึงการค้า การเกษตร พลังงาน ปัญญาประดิษฐ์ และสาธารณสุข นำปัญหาต่างๆ มาหารือกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าไต้หวันคือประเด็นสำคัญที่นำไปสู่ความขัดแย้งและการเผชิญหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จึงเรียกร้องให้มีการต่อต้านการเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน
ด้านคณะผู้แทนไต้หวันในการประชุมสุดยอดเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ที่ประเทศเปรู เผยแพร่รายงาน ระบุว่า นายหลิน ซินอี หัวหน้าคณะผู้แทนไต้หวัน ได้พบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ ในระหว่างการประชุม โดยกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีไบเดนสำหรับการสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันตลอดช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา และเชิญประธานาธิบดีไบเดนเดินทางเยือนไต้หวันในอนาคตอันใกล้นี้
แต่เจ้าหน้าที่ของประธานาธิบดีไบเดนลดระดับความสำคัญของการพบกันในครั้งนี้ โดยอธิบายว่าเป็นเพียง "การจับมือ" เมื่อพบกันในห้องประชุมใหญ่
ฟอรั่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกเป็นหนึ่งในการประชุมระหว่างประเทศที่ทั้งไต้หวันและจีนเข้าร่วม แต่ประธานาธิบดีไต้หวันไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเนื่องจากจีนคัดค้าน
...
#จีน
#ไต้หวัน
#สหรัฐ