ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย ในช่วงบ่าย 14.00 น.นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า สถานการณ์สงครามการค้าที่ยังไม่แน่นอนจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการตอบโต้ทางภาษี โดยนายทรัมป์ระบุจะเล่นงานทุกประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ ไทยเองติดอันดับ 5 ดังนั้น ประเด็นสงครามการค้าจึงเป็นเรื่องความไม่แน่นอนที่ไทยต้องรับมือทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงคาดว่า กนง.จะจับตาสงครามการค้าว่าส่งผลกระทบ ต่อไทยมากน้อยเพียงใด หากกระทบคาดว่า กนง.จะชะลอการลดดอกเบี้ยลง เพื่อรอดูให้แน่ชัดถึงผลกระทบที่ไทยจะได้รับ
กรณีที่รัฐบาลอยากให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อลองชั่งน้ำหนักดูยังคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อเตรียมกระสุนในภาวะที่เศรษฐกิจโลกและไทยยังไม่เด่นชัด มองว่าปีนี้จะลดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสมมุติฐานที่ว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่ถึงขั้นปั่นป่วนเพราะหากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอาจทำให้เกิดการขึ้นดอกเบี้ยได้ ขณะนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ยังอยู่ในขั้นตอนรอดูให้ชัดเพื่อที่จะเก็บกระสุนเอาไว้ หากไม่ได้ร้ายแรงจนเกินไปคิดว่า กนง.ครั้งต่อไปจะปรับลดดอกเบี้ยลง
#กนง
แฟ้มภาพ