อินเดียมีประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน และเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย แต่ผลสำรวจพบว่า ประชากรราว 1,000 ล้านคนไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายเพื่อสินค้าและบริการฟุ่มเฟือยใดๆ ตามรายงานของบลูม เวนเจอร์ (Blume Ventures) ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการลงทุน ในอินเดีย ที่ระบุว่า ประชากรในกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจหรือเจ้าของธุรกิจ มีอยู่ประมาณ 130-140 ล้านคนเท่านั้น ส่วนอีก 300 ล้านคนเป็นผู้บริโภคหน้าใหม่ ที่ยังลังเลที่จะจับจ่ายใช้สอย
ที่สำคัญคือ แม้กลุ่มประชากรที่ร่ำรวยของอินเดียจะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่จำนวนประชากรในกลุ่มนี้ไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น กลายเป็นการหนดรูปแบบการตลาดที่แบรนด์ต่างๆ ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยการเพิ่มยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ราคาแพงสำหรับคนรวยเป็นหลัก
นายซาจิด ไพ หนึ่งในผู้เขียนเปิดเผยว่า บริษัทที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไป หรือมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแต่ไม่ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมจะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไปในที่สุด ซึ่งเป็นการสนับสนุนมุมมองเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอินเดียหลังการระบาดใหญ่มีลักษณะเป็นรูปตัว K ซึ่งคนรวยยิ่งรวยขึ้น ในขณะที่คนจนสูญเสียอำนาจซื้อ
ชาวอินเดียร้อยละ 10 ครองส่วนแบ่งรายได้ประชาชาติที่ร้อยละ 57.7 เพิ่มขึ้นจากระดับร้อยละ 34 ในปี 2533 ขณะที่ชาวอินเดียอีกกลุ่มมีรายได้ประชาชาติลดลงจากร้อยละ 22.2 เหลือ ร้อยละ 15 ความแตกต่างนี้ ไม่เพียงแต่ทำลายกำลังซื้อ แต่ยังทำให้การออมทางการเงินลดลง อย่างรวดเร็ว และหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น
...
#เศรษฐกิจอินเดีย