ราคาน้ำมันทรงตัวในวันพฤหัสบดี(27มี.ค.) ยังถูกกดดันจากข้อมูลคลังปิโตรเลียมสำรองของสหรัฐฯ ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบและทองคำขยับขึ้น นักลงทุนกังวลมาตรการรีดภาษีล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เล็งเป้าเล่นงานยานยนต์นำเข้า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 27 เซนต์ ปิดที่ 69.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ ปิดที่ 74.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันยังคงได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานตึงตัว หลังสหรัฐเก็บภาษีบรรดาผู้ซื้อน้ำมันของเวเนซุเอลาและคว่ำบาตรการส่งออกของอิหร่าน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(27มี.ค.) ปิดในแดนลบ นักลงทุนกังวลต่อคำแถลงขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ ฉุดให้หุ้นของเจนเนรัล มอเตอร์ และ ฟอร์ด ร่วงหนัก ดาวโจนส์ ลดลง 155.09 จุด (0.37 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 42,299.70 เอสแอนด์พี ลดลง 18.89 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 5,693.31 จุด แนสแดค ลดลง 94.98 จุด (0.53 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 17,804.03 จุด การซื้อขายที่ผันผวน เจนเนอรัล มอเตอร์ ร่วงลง 7% และ ฟอร์ด ลดลง 3.9% ขณะที่ Aptiv บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และ บอร์กวาร์เนอร์ ลดลดราวๆ 5% เหมือนกัน
ด้านราคาทองคำในวันพฤหัสบดี(27มี.ค.) ขยับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดตลอดกาลอีกรอบ นักลงทุนหันถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ตอบสนองต่อความตึงเครียดทางการค้าและการดิ่งลงของตลาดทุน โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.3% ปิดที่ 3,061.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#ภาษีนำเข้ารถยนต์
#ตลาดหุ้นสหรัฐ