เหตุแผ่นดินไหว มีจุดศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา แรงสั่นกระเทือนไปหลายจังหวัดของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร ทำให้อาคารก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ขนาดความสูง 30 ชั้นพังถล่มลงมาทับคนงานก่อสร้าง ติดอยู่ในซากเศษปูนเกือบ 100 ชีวิต
ในจำนวนนั้นมีแรงงานชาวจังหวัดนครพนม จำนวน 5 คน ที่สูญหายภายในตึกดังกล่าว คือ 1.นายจักรกฤษณ์ ศิลารักษ์ อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 6 บ้านคำสว่าง ต.วังตามัว อ.เมืองนครพนม 2.นายบุญรอด โอทาตะวงค์ หรือหลอด อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 6 บ้านคำสว่าง ต.วังตามัว อำเภอเมืองนครพนม 3.นายเอกชัย อินทรักษ์ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 45 หมู่ 16 ตำบลสามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม 4.นายเนติพงษ์ พัฒทอง อายุ 29 ปี และ 5.นางสาวเพ็ญจมาร วงศ์ใจ อายุ 40 ปี พื้นเพเป็นคน จ.พิจิตร พี่สะใภ้ของนายเอกชัย
เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างนายบุญรอดออกจากซากปรักหักพังออกมาได้ หลังตรวจดีเอ็นเอตามขั้นตอนแล้ว จึงส่งมอบศพส่งให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล โดยออกเดินทางจาก รพ.ตำรวจ ช่วงเย็นของวันที่ 31 มีนาคม ถึงบ้านเกิดเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 1 เมษายน 68 ส่วนแรงงานอีก 4 ราย แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่ก็ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์
นางศิรัณ ธีรทัศน์ธำรงค์ ประกันสังคมจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ให้กำลังใจและช่วยเหลือการจัดงานฌาปนกิจศพนายบุญรอด โอทาตะวงศ์ หรือหลอด ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จนทำให้ตึก สตง.ถล่ม ซึ่งนายบุญรอดเป็นผู้ประกันตน จ่ายเงินสมทบประกันสังคมมิได้ขาด จึงได้เงินทดแทนจากกระทรวงแรงงาน โดยเสียชีวิตขณะทำงาน ทางกระทรวงได้ดำเนินการเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้ประกันตน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มรายดังกล่าว โดยมีพ่อและแม่คือนายอุไร โอทาตะวงศ์ อายุ 62 ปี นางสุดา โอทาตะวงค์ อายุ 63 ปี เป็นผู้รับเงินเยียวยาก้อนแรกนี้ ซึ่งมีการชดเชยรายละประมาณ 1,731,321.20 บาท แบ่งเป็นค่าทำศพ 50,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพ 1,321.20 บาท และเงินทดแทนกรณีเสียชีวิต 1,680,000 บาท
กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถติดต่อได้ผ่านสำนักงานแรงงานจังหวัด รวมถึงสำนักงานเขต 12 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว