นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากกรณีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งในประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาและสปป.ลาว ประกอบกับในช่วงเมษายนจะมีสภาพความแห้งแล้งและความร้อนสูง ทำให้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 กลับมามีความรุนแรงขึ้น
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงาน ทส. ในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างเข้มข้นเพื่อหยุดจุดความร้อน ปรับแผนตามสถานการณ์ การจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ หัวหน้าหน่วยงานห้ามออกจากพื้นที่ และมอบหมาย คพ. แจ้งเตือน คุมเข้มสถานที่กำจัดขยะทุกจังหวัด ห้ามเกิดไฟไหม้ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้น
สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่มีการเทกองกลางแจ้ง การลักลอบเผาเอาวัสดุมีค่าประเภททองแดงในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย และการเผากำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงและลุกลามไปยังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งการเกิดเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยจะยิ่งส่งให้เกิดความรุนแรงของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้ง PM10 และ PM2.5 เพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน น้ำเสียจากการดับไฟอาจไหลลงพื้นที่ใกล้เคียงหรือแหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ และสิ่งแวดล้อม บางกรณีต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอันตราย ทำให้ต้องใช้เครื่องมืออุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และค่าใช้จ่าย ในการจัดการระงับเหตุ การดูแลสุขภาพประชาชน และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมา คพ. ได้จัดส่งและประชาสัมพันธ์แนวทางในการป้องกันปัญหาเหตุเพลิงไหม้ในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ประสานความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เฝ้าระวังและให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้น และได้แจ้งเน้นย้ำการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีความรุนแรงอยู่ขณะนี้ พบเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ โทรแจ้งสายด่วน 1567 หรือ สายด่วนมลพิษ 1650
#เผาขยะ
Cr:กรมควบคุมมลพิษ