ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ในงานอีเวนต์ที่มีชื่อว่า "Make America Wealthy Again" ซึ่งจัดขึ้นที่ลานโรส การ์เดน นอกทำเนียบขาว ตามที่เขาบอกว่า วันที่ 2 เมษายนคือวันปลดปล่อย มาตรการภาษีที่มีการประกาศในครั้งนี้ คือการแก้ปัญหาการค้าที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับในทันที
ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มต้นการกล่าวสุนทรพจน์ด้วยการประกาศว่า "วันนี้จะมีข่าวดีมาก" วันนี้คือวันปลดปล่อย ซึ่งสหรัฐฯ รอคอยมาเป็นเวลานาน วันนี้จะถูกจดจำว่าเป็นวันที่อุตสาหกรรมของอเมริกาเกิดใหม่ และอเมริกากลับมามั่งคั่งอีกครั้ง เขากล่าวว่า สหรัฐฯ ถูกเอาเปรียบโดยคนโกงและถูกชาวต่างชาติปล้นสะดม ผู้เสียภาษีถูกโกงมานานกว่า 50 ปีแล้ว แต่จะไม่เกิดขึ้นอีก โดยในเร็วๆ นี้ เขาจะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ทุกคนรอคอย เพื่อบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งตามคำจำกัดความของประธานาธิบดีทรัมป์ มาตรการนี้จะหมายถึงการเรียกเก็บภาษีที่เท่าเทียมกัน จึงถือได้ว่าเป็นวันประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การจ้างงานและการผลิตจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมไปกับการเปิดตลาดในต่างประเทศ การแข่งขันทางการค้าจะทำให้สินค้ามีราคาลดลง
ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่าเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่สหรัฐฯ ลดอุปสรรคทางการค้ากับประเทศอื่น แต่ประเทศเหล่านั้นกลับเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าสหรัฐฯ ในอัตราสูง ยังมีอีกหลายกรณี ที่พบว่าอุปสรรคที่ไม่ใช่ตัวเงินจะแย่กว่าอุปสรรคทางการเงิน เพราะยังมีเรื่องของการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้กฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรม
ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวโจมตีสหภาพยุโรปและเอเชียเรื่องภาษีนำเข้ารถยนต์ ซึ่งเขากล่าวว่า สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้ารถจักรยานยนต์ที่ร้อยละ 2.4 แต่ประเทศไทยเรียกเก็บในอัตราที่สูงกว่ามาก คือที่ร้อยละ 60, อินเดียเรียกเก็บร้อยละ 70 และเวียดนามเรียกเก็บร้อยละ 75
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานที่ร้อยละ 10 และขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าที่ร้อยละ 25 ตั้งแต่เที่ยงคืนนี้เป็นต้นไป เขากล่าวว่า บางครั้ง "มิตรก็แย่ยิ่งกว่าศัตรู"เขากล่าวว่ารถยนต์มากกว่าร้อยละ 80 ที่ผลิตในเกาหลีใต้ จะขายในเกาหลีใต้ และรถยนต์มากกว่าร้อยละ 90 ที่ขายในญี่ปุ่นมีการผลิตในญี่ปุ่น แต่รถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในประเทศเหล่านั้นเท่านั้น โดยยกตัวอย่างฟอร์ดที่ขายได้น้อยมากในประเทศอื่น ถือเป็นความไม่สมดุลที่สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ของสหรัฐฯ “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงจะจัดเก็บภาษีร้อยละ 25 จากรถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศทั้งหมดตั้งแต่เที่ยงคืนนี้”
และเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกสูงสุดที่ร้อยละ 49 จากกัมพูชา
รองลงมาคือเวียดนาม ที่ร้อยละ 46
ไทยร้อยละ 36
จีน ร้อยละ 34
สวิตเซอร์แลนด์ ร้อยละ 31
อินเดีย ร้อยละ 26
เกาหลีใต้ ร้อยละ 25
ญี่ปุ่นร้อยละ 24
สหภาพยุโรป (EU) ร้อยละ 20
สหราชอาณาจักร ร้อยละ 10
ก่อนหน้านี้ ประเทศในยุโรปรวมทั้งอิตาลีและเยอรมนีเตือนว่า มาตรการภาษีศุลกากรจะทำให้สงครามการค้า ขณะที่นายกรัฐมนตรี คีร์ สตาร์เมอร์ แห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า มีการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทั้งหมด และนักวิเคราะห์เตือนว่าภาษีศุลกากรอาจผลักดันให้ราคาสินค้ามีราคาแพงขึ้น
...
#มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้
#สหรัฐอเมริกา